บทที่ 3 ฝันร้ายในวัยเยาว์
ฝันร้ายในวัยเยาว์
อัครินทร์มองเลยร่างหนาไป ก่อนที่คิ้วดกหนาจะขมวดมุ่น ดวงตาหรี่แคบ เมื่อสายตาปะทะเข้ากับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งเดินตามติดเข้ามา สีหน้าหวาดกลัว
“แล้วนั้นเด็กอะไร ใครอนุญาตให้เข้ามา” เขาถามเสียงดัง แสดงถึงความไม่ชอบใจ
เด็กคนนั้นกอดกระเป๋านักเรียนเก่า ๆ ไว้แน่น เสื้อผ้าซีดจางเปียกโชก ดวงตากลมโตแดงก่ำเพราะร้องไห้
“ละ ลูกสาวผมเอง” ชายวัยกลางคนเอ่ยบอกเสียงสั่น
อัครินทร์ปรายตามองเพียงครู่เดียว ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาที่แฟ้ม
“เอามาทำไม...”
น้ำเสียงทุ้มเรียบถามกลับ มงคลก้มหน้าไม่กล้าสบตา
อัครินทร์ถอนหายใจจากนั้นก็เอ่ยเข้าเรื่อง
“หนึ่งล้าน ...ครบกำหนดมาสามเดือน...แต่ ดูสภาพแล้ว น่าจะไม่มีปัญญาจ่าย”
ประโยคนั้นจบ มงคลรีบทรุดลงคุกเข่าแทบจะทันที
“คุณอัค...ผมขอโอกาสแก้มืออีกครั้งนะครับ ครั้งนี้ผมต้องได้เงินมาใช้คืนได้แน่ ๆ ครับ”
อัครินทร์ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู
“ประโยคนี้...นายพูดกับคนของฉันมาหลายครั้งแล้วไม่ใช่เหรอ แล้วเป็นไง จากหลักแสน เป็นหลักล้าน คุณก็ยังไม่ได้ใช้คืน”
“...คะ ครับ แต่รอบนี้ ถ้าคุณอัคให้โอกาสผม...”
“เวลาของนายหมดแล้ว...”
มงคลหน้าซีดเผือด “โธ่ คุณอัค ให้โอกาสผมอีกสักครั้งเถอะนะครับ ผม...”
อัครินทร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเรียบหากสายตาเต็มไปด้วยความดูแคลนมองชายตรงหน้า...
อัครินทร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเรียบหากสายตาเต็มไปด้วยความดูแคลนถามขึ้น
“ไม่ให้โอกาส... เท่ากับไม่มีเงินใช้หนี้งั้นซิ...” มงคลกลืนน้ำลายลงคอ ไม่กล้าตอบ “แล้วจะใช้หนี้ผมยังไง”
“ผะ ผม...” ก่อนสายตาจะเหลือบไปมองเด็กผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างหลัง
เพียงเสี้ยววินาที เขาก็คว้าข้อมือลูกสาวแล้วกระชากให้นั่งลงใกล้ ๆ ตน
“โอ๊ย...พ่อ...หนูเจ็บ อึก...”
เด็กหญิงร้องด้วยความตกใจ
“เงียบ!”
มงคลหันมาตะคอกใส่ลูก ก่อนจะรีบหันกลับไปหาอัครินทร์
“คุณอัคครับ นี่...มุกดาลูกสาวผม”
เด็กหญิงเม้มริมฝีปากแน่น ตัวสั่น
อัครินทร์ขมวดคิ้วเล็กน้อย “แล้วไง”
มงคลรีบคลานเข่าเข้าไปใกล้อีก
“ผมยกลูกให้ครับ”
“...”
“ให้ยัยมุกอยู่รับใช้คุณ”
“...”
“เป็นเด็กขัดดอก จนกว่าผมจะหาเงินมาใช้หนี้ครบ”
คำพูดนั้นทำให้บอดี้การ์ดหลายคนถึงกับมองหน้ากัน เด็กหญิงหันไปมองผู้เป็นพ่ออย่างไม่อยากเชื่อหู
“พ่อขา...” เสียงเล็ก ๆ สั่นเครือ “ไม่เอา หนูไม่อยู่ที่นี่หรอก”
มงคลไม่แม้แต่จะสบตาลูก “เงียบ! แกต้องช่วยพ่อ!”
มุกดาน้ำตาไหลพราก “ไม่เอาหนูกลัว... หนูอยากกลับบ้าน... ฮึก...”
เสียงสะอื้นของเด็กหญิงดังขึ้นท่ามกลางความอึดอัด
อัครินทร์วางปากกาลงบนโต๊ะ แววตาเย็นชา จ้องมองสองพ่อลูก ด้วยความสมเพช “คุณเอาลูกตัวเองมาขายค้ำประกัน?”
มงคลรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่ขายครับ แค่ขัดดอก ค้ำประกันไว้ ให้เธอทำงานรับใช้คุณไป เดี๋ยวผมหาเงินได้จะมาไถ่คืนครับ”
อัครินทร์หัวเราะในลำคอเบา “ต่างกันตรงไหน”
คำถามย้อนสั้น ๆ ทำให้มงคลพูดไม่ออก
ก่อนที่อัครินทร์จะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แล้วเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดตรงหน้าสองพ่อลูก เด็กหญิงมุกดารีบก้มหน้าขยับไปแอบอยู่ตรงหลังหนาของผู้เป็นพ่อ ตัวสั่นเทา
เขามองเด็กหญิงตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหันไปสั่งลูกน้อง “เอาเด็กออกไป แล้วจัดการตัวพ่อตามกฎ”
เด็กหญิงมุกดาสะดุ้งสุดตัว รีบหันไปมองพ่อ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ทั้งห่วงกลัวพ่อของเธอจะเป็นอันตราย จากคนพวกนี้
“พ่อ...!”
เด็กหญิงร้องเรียกเสียงสั่น น้ำตาไหลอาบแก้ม ก่อนคว้าชายเสื้อของพ่อไว้แน่น
“พ่อขา ไม่นะ... หนูกลัว... อย่าทำอะไรพ่อหนูนะคะ พวกคุณมันใจร้าย!” ประโยคหลังเด็กหญิงหันไปต่อว่า คนที่มีอำนาจสั่งการที่สุดในห้อง อย่างลืมกลัวว่าตัวเองจะได้รับอันตรายไปด้วย
คนโดนต่อว่าหน้าเจื่อน แต่ก็สะบัดมือบอกให้ลูกน้องเอาตัวเด็กออกไป
มงคลชะงักหน้าถอดสีไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไร บอดี้การ์ดก็เข้ามาคว้าตัวเขาไว้
มงคลรีบเงยหน้ามองอัครินทร์อย่างร้อนรน
“คุณอัค! ผมขอร้อง!”
อัครินทร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผมไม่ทำธุรกิจค้ามนุษย์ พาออกไป”
“ครับ”
บอดี้การ์ดออกแรงดึงตัวมงคลแยกออกห่าง
“พ่อ! พ่ออย่าทิ้งหนู! ฮึก... พ่อขา!” เธอพยายามเอื้อมมือไปคว้าพ่อเอาไว้ แต่แรงของเด็กอายุสิบสองปีไม่อาจต้านผู้ใหญ่ได้ ร่างเล็กถูกดึงไว้จนเซถอยหลัง
“เดี๋ยวก่อน! คุณอัค!” เมื่อรู้ว่าทุกอย่างกำลังจบลง มงคลก็ร้องตะโกนสุดเสียง “ถ้าคุณไม่รับยัยมุกไว้! ผมก็ไม่มีทางเลือก...” ทุกคนหยุดชะงัก “หลังจากนี้ ผมจะขายมันให้เสี่ยเจ้าของซ่อง!”
เด็กหญิงตัวแข็งทื่อ “ได้เงินก้อนแล้วผมจะเอามาใช้ให้คุณก่อน”
คำพูดประโยคนั้น ทำให้ทั้งห้องเงียบสนิท แม้แต่บอดี้การ์ดยังเบิกตากว้าง
มุกดาส่ายหน้าช้า ๆ “พ่อ... พ่อไม่ทำจริง ๆใช่ไหมคะ..."
มงคลกลับหลบสายตา ไม่ตอบ เพราะในเวลานี้ เงินสำคัญ ชีวิตของตัวเองก็สำคัญกว่าลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง...
อัครินทร์มองภาพตรงหน้าโดยไม่พูดอะไร สายตาของเขาค่อย ๆ เลื่อนไปสบกับเด็กหญิง ดวงตากลมโตที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ไม่มีคำขอร้อง ไม่มีเสียงโวยวาย มีเพียงแววตาของเด็กอายุสิบสองปีที่กำลังแตกสลาย...
“อย่าเอาพ่อหนูไปเลยนะคะ... หนูมีพ่อแค่คนเดียว”
เขานิ่งอยู่หลายวินาที ก่อนถอนหายใจแผ่วเบา แม่งมีพ่อแค่คนเดียว แต่พ่อ ใจทรามจะพาเธอไปขายซ่อง อัครินทร์คิดอย่างแค้นใจแทนเด็กหญิงตรงหน้า...
